| NOTE-BooK21 的个人资料<º))))><.•´¯`•.(*)NOTE-B...照片日志列表 | 帮助 |
|
3月23日 Happy Birthday ja YOKขอให้มีความสุขมากๆนะ
แก่ขึ้นอีกปีแล้วสิ 35แล้วช่ายม่าย
เลือกตั้งได้แล้วสิ อย่าลืมละ
แค่นี้แหละ รักษาสุขภาพด้วยนะ
ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจที่ให้มานะ
หากกลับไปแก้ตัวได้ก้อคงจะดีนะ
3月10日 มองโลกในแง่ดีมีขยะที่ต้องเก็บหลังงานปาร์ตี้เลิก . . . . นั่นหมายความว่าเราได้อยู่กับเพื่อนๆ มีภาษีที่ต้องจ่าย . . . . หมายความว่าเรามีงานทำ มีเสื้อผ้าคับเกินไป . . . . หมายความว่าเรามีอาหารเพียงพอที่จะกิน มีเงาตามหลังขณะเราทำงาน . . . . หมายความว่าเราได้ออกไปรับแสงแดด มีสนามหญ้าที่ต้องตัด / หน้าต่างที่ต้องทำความสะอาด / ท่อน้ำที่ต้องซ่อม . . . . หมายความว่าเรามีบ้านอยู่ เสียงด่ารัฐบาลที่เราได้ยิน . . . . หมายความว่าเรามีเสรีภาพที่จะพูด ได้ที่จอดรถที่ไกลที่สุดของพื้นที่จอด . . . . นั่นหมายความว่าขาเรายังเดินได้ เสื้อผ้ากองใหญ่ที่ต้องซักรีด . . . . หมายความว่าเรายังมีเสื้อผ้าใส่ รู้สึกเมื่อยล้าหลังการทำงานในแต่ละวัน . . . . หมายความว่าเรายังทำงานได้น เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นทุกเช้า . . . . หมายความว่าเรายังมีชีวิตอยู่ด้ ได้เสียเวลาอ่านเมลล์นี้ . . . . " หมายความว่าเรามีเพื่อนที่ยังคิดถึงเรา " วันแรกของวันที่เหลือปรัชญาเต๋าบอกว่า"คนเราไม่เคยนึกถึงตีนเมื่อรองเท้าไม่กัด" คนเรามักมองไม่เห็นของดีที่ตนมีอยู่จนเมื่อสูญเสียมันไปแล้ว ไม่เห็นคุณค่าของสองแขน จนกระทั่งมันอยู่ในเฝือก ไม่เห็นคุณค่าของงาน(ที่เราว่าแย่ๆ) จนกระทั่งตกงาน ไม่เห็นคุณค่าคนรัก (ที่เราว่าไม่เพอร์เฟ็กท์) จนกระทั่งเธอหรือเขาไปแต่งงานกับคนอื่น ไม่เห็นคุณค่าของพ่อแม่ (ที่เราว่าขี้บ่น) จนกระทั่งไปงานศพของท่าน สิ่งที่คนจำนวนมากเลือกทำคือ บ่นว่าตนเองไม่มีความสุข ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่รวย ไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งนั้นสิ่งนี้ และเอ่ยประโยคยอดฮิตว่า"มันไม่แฟร์เลย" บางที ทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าโลกไม่มีความยุติธรรม ก่อนที่เราจะบ่น ลองมองตัวเราเองดูดี ๆ เราจะพบว่า เรามีอะไรดีๆ หลายอย่างที่คนอื่นไม่มี เราสามารถทำ"หนึ่งวันเดียวกัน” ของเราให้มีความหมายได้ ก็ต่อเมื่อเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี และใช้วันนี้ วันแรกของวันที่เหลืออย่างคุ้มค่าที่สุด เพราะวันแรกของชีวิตที่เหลือนี้ช่างสั้นเหลือเกิน และเพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเรามี "วันแรกของวันที่เหลือ" ..อยู่อีกสักกี่วัน
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชาวนาคน หนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มากแล้ว วันหนึ่งชาวนาได้พาเจ้าลาแก่ออกไปข้างนอก ด้วยความโง่เขลาของมันดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง มันร้องครวญครางเป็นเวลาหลายเพลา ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้วอีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบ ไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้านเพื่อมาช่วยกลบบ่อ ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ ครั้งแรกเมื่อดินไปถูกหลังลามันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนทันที มันร้องโหยหวนทันที สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป หลังจากที่ชาวนาตักดินใส่ไปในบ่อได้สัก สองสามพลั่วก็เหลือบมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจที่ว่า ทุกครั้งที่ทุกคนสาดดินไปถูกหลังลามันจะสะบัดดินออกจากหลัง แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไร มันก็ก้าวขึ้นมาได้เร็วมากยิ่งขึ้น ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจที่เจ้าลาในที่สุดก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาหาเราก็เปรียบเสมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้จงแก้ไขมัน เพื่อที่เราจะได้เหยียบมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ฉันใดฉันนั้น” "อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวข้ามไป" |
|
|